หมอเส็ง ฟอร์ยู สมุนไพรไทย ไม่ด้อยกว่าใคร หมอเส็ง หมอเทวดา
หน้าแรกสมุนไพรหมอเส็ง ผลิตภัณฑ์สุมนไพรหมอเส็ง โปรโมชั่น หมอเส็ง วิธีการสั่งซื้อ สมุนไพรหมอเส็ง คำถามที่พบบ่อย เกี่ยวกับธุรกิจหมอเส็ง เกี่ยวกับหมอเส็ง4you.com
   
   
เมนูหลัก morseng4you.com
  ผลิตภัณฑ์
  เกี่ยวกับบริษัท, ประวัติคุณหมอเส็ง
  การสั่งซื้อสินค้า
  ถามตอบ (FAQ)
  ติดต่อเรา
แชร์ประสบการณ์จริงจากผู้ป่วย ที่ทานยาหมอเส็ง
  ผู้ป่วยตับโต
  ผู้ป่วยอัลไซเมอร์
  ผู้็ป่วยมะเร็ง (ระยะสุดท้าย)
  ผู้ป่วยโรคสะเก็ดเงิน
  ผู้ป่วยทั่วไป
มุมสมาชิกหทอเส็ง
  สมัครสมาชิกหมอเส็ง
  เช็คสายงานหมอเส็ง
  แผนธุรกิจหมอเส็ง
  เอกสารรับรองสิทธิบัตรยา
  เอกสารรับรองด้านมาตรฐาน
ภาพกิจกรรมหมอเส็ง
  งานเกียรติยศ ปี 2549
  ท่องเที่ยวต่างประเทศ
  งานวันคล้ายวันเกิดคุณหมอเส็ง
รับข่าวสารจากหมอเส็ง4you
เพื่อรับข่าวสารและโปรโมชั่นพิเศษ
     
รอบรู้สมุนไพร นานาสาระ
  ว่านชักมดลููก ยาทำสาวนิรันดร์

  สรรพคุณ ขมิ้นชัน

  สรรพคุณกระชายดำ
  บำรุงร่างกายกันหน่อย
  สรรพคุณ พลูคาว
 
 

ตรวจโรค ปรึกษาสุขภาพ กับคุณหมอเส็ง
เจ้าแห่งสมุนไพร ตัวจริงเสียงจริง ฟรี!!!!!
โดยไม่มีค่าใช้จ่ายใดๆ
(คุณหมอตรวจทุกวัน พุธ,อาทิตย์
ตั้งแต่เวลา 14.30-16.30 )

สำรองบัตรคิวติดต่อ : 085-1185812,089-1493126 คุณ ศิริพงษ์

  
คุณหมอตรวจโรค ด้วยศาสตร์อย่างหนึ่ง คือการ "แมะ" การ "แมะ" คืออะไร อ่านได้จากข้อมูลด้านล่างครับ
 
    การดำรงชีวิตของมนุษย์นับแต่โบราณ พวกเขามีความเกื้อกูลและใกล้ชิดอยู่กับธรรมชาติ ยามเจ็บไข้ไม่สบาย หนทางในการรักษา
เขาใช้วิธีแบบธรรมชาติ เป็นหลัก ผสมผสานกับวิทยาการการรักษาโรคแบบดั้งเดิม ที่ถือเป็นศาสตร์ทรงพลังอันเร้นลับซึ่งในปัจจุบัน ก็ยังคงนำศาสตร์การรักษาแบบนี้มาใช้ควบคู่กันอยู่กับการแพทย์แผนโบราณ
  ศาสตร์แห่งพลังในการ “แมะ”เพื่อตรวจโรคเป็นวิชาที่กำเนิดจากประเทศจีนมานับพันๆ ปี หมอจีนแผนโบราณ ที่เชี่ยวชาญการรักษา
โรค จะใช้เวลาในการสัมผัสชีพจรคนไข้เพียงไม่กี่วินาทีก็จะรู้ได้ในทันทีว่า คนไข้ผู้นั้นเจ็บป่วยด้วยโรคอะไร ซึ่งเป็นการทำนายโรค
ได้ถูกต้องและแม่นยำ

     กล่าวคือ “วิชาแมะ” นี้เป็นศาสตร์แห่งการใช้พลังจิตอีกแขนงหนึ่ง เพราะเหตุที่ต้องใช้ “สมาธิ”ระหว่างการสัมผัส เพราะฉะนั้น “หมอแมะ”จะต้องเป็นผู้ที่มีพลังจิตสูงพอจึงจะเป็นคนสัมผัสไวหรือมีความรู้สึกไวต่อการสัมผัสชีพจรคนไข้ ขณะอยู่ในสภาวะที่
สงบนิ่งหมอแมะจะรับรู้สภาพความเป็นไปของผู้ป่วยทาง “จิต”
     ในเมืองไทยเรามีหมอแมะพลังจิตที่รับรักษาและตรวจโรคด้วยวิธีแบบจีนผสานกับการใช้สมุนไพรธรรมชาติหลายคน แต่มีอยู่
คนหนึ่งที่รับรักษาด้วยวิธีการนี้มากกว่า 40 ปี และมีชื่อเสียงเป็นที่ยอมรับของคนหลายๆ วงการ จนได้รับการขนานนามว่า
“หมอเส็ง...หมอเทวดา”
     “หมอเส็ง”หรือคุณฉัตร แสงสุริยะฉัตร เดิมเป็นคนแปดริ้วแต่มาเติบโตตั้งรกรากอยู่ในกรุงเทพฯ ในบรรดาพี่น้องทั้งหมด 8 คน “หมอเส็ง”เป็นเพียงคนเดียวที่สืบทอดศาสตร์ในการรักษาโรคโดยแพทย์แผนโบราณมาจากคุณพ่อ
     “คุณพ่อผมมาจากเมืองจีน มณฑลกวางตุ้ง ตระกูลของคุณพ่อผมเป็นตระกูลแผนโบราณสืบทอดกันมานับร้อยๆ ปีก็ว่าได้
สมัยพ่อผมท่านก็เปิดร้านขายยาสมุนไพรไทยมากขึ้น ผมเองก็เรียนรู้ด้วยการคลุกคลีกับท่านมาตั้งแต่เด็ก คอยเป็นลูกมือคุณพ่อ
เขาใช้ให้ทำอะไรก็ทำ จะผสมยา หั่นยา กวาดยา หรือเก็บยายังไงก็ต้องทำ แล้วยาแต่ละตัวออกฤทธิ์ยังไง รสฝาดหรือขม
อันนี้ก็ต้องรู้”
     “หมอเส็ง”เริ่มต้นการเป็นแพทย์แผนโบราณเมื่ออายุ 18 ปี กระทั่งปัจจุบันผ่านมาถึง 45 ปีแล้ว หมอเส็งได้เล่าถึงประสบการณ์
ในการรักษาคนไข้ในสมัยแรกเริ่มว่า

     “สมัยแรกที่เริ่มปรึกษาผมก็รักษาโรคพื้นๆ ก่อนพวกปวดหัวตัวร้อน ปวดข้อ ปวดกระดูก ใจสั่น เป็นลม คนสมัยก่อนไม่ค่อย
เป็นอะไรเพราะเขากินธรรมชาติ กินยาสมุนไพร และสมัยที่ผมอายุ 20 ย้อนหลังไป 40 กว่าปีคนสมัยนั้นไม่มีนะที่จะเป็นโรค
อัมพฤกษ์ อัมพาต มะเร็งสมัยก่อนก็ไม่ค่อยเห็น ตามร้านขายยาสมุนไพรสมัยนั้นมียาอยู่กี่ตัวกันมีแค่ยาเขียว ยาหมอ ยาแก้ไข้
ยามหาจักร ยากุมารอ้วนพี มีขายยาไม่กี่สิบตัว และสมุนไพรก็ใช้ที่เก็บจากป่า เดี๋ยวนี้ป่าหมดไปเยอะทำให้สมุนไพรไทยหายไป
แต่ก่อนป่ามีทั่วไปในเมืองไทย มีป่าที่ไหนมีสมุนไพรที่นั่น ตามท้องนาใกล้บ้านก็มีสมุนไพรอยู่ สมัยก่อนคนที่ขายสมุนไพร
เขาจะมีเรื่อไปเก็บสมุนไพรทางภาคเหนือและภาคใต้หรือมีเรือไปรับซื้อ บางครั้งก็มีชาวบ้านเอาลงเรือ ลงรถไฟมาขายให้ก็มี
และวิธีรักษาของผมในยุคนั้นก็ใช้แพทย์แผนไทยผสมจีน มีการแมะ จับชีพจร”

“การแมะ” หรือการตรวจจับชีพจรเป็นอย่างไร หมอเส็งได้อธิบายให้ฟังว่า

     “การแมะนั้นจะเกี่ยวข้องกับการมีสมาธิ คนตรวจจะต้องมีสมาธิพอสมควร ถ้าคนที่แมะเก่งๆ หากตรวจหัวใจคนไข้ บางทีต้อง
ควบคุมการเต้นของหัวใจตัวเองกับคนไข้ว่ามีจังหวะเดียวกันมั้ย เพราะฉะนั้นการฝึกสมาธิต้องมีบ้าง มาถึงจะไปจับส่งเดชไม่ได้
นะครับ แล้วการจับชีพจรนี่ก็จับตรวจโรคได้บางอย่าง บางอย่างก็ตรวจไม่พบ ไม่ใช่ว่าจับชีพจรแล้วจะตรวจพบหมดนะครับ การตรวจจากชีพจรเนี่ยมันบอกถึงการเต้นของหัวใจ การไหลเวียนของเลือด ความร้อนความเย็นในร่างกาย มันจะบอกได้จากชีพจร
ทั้งนั้นเลย เพราะฉะนั้นรหัสการเต้นของชีพจรก็คือรหัสของโรค เราต้องอ่านรหัสแปลเป็นโรค วิธีการจับก็อยู่ในบริเวณข้อมือ
ซึ่งจะมีชีพจรอยู่ ซึ่งถ้าชำนาญจับเดี๋ยวเดียวก็รู้”
     ความเชี่ยวชาญในการรักษาโรคด้วยแพทย์แผนโบราณทั้งไทยและจีนของหมอเส็งเป็นที่รู้จักกันมานาน หลายๆ คนเป็นโรคเรื้อรังที่รักษาไม่หายแต่พอมาหาหมอเส็งโรคนั้นกลับหายสนิทจนเป็นที่มาขอการขนานนามหมอเส็งว่า “หมอเทวดา”

สำรองบัตรคิวติดต่อ : 085-1185812,089-1493126 คุณ ศิริพงษ์

หน้าหลัก ผลิตภัณฑ์ โปรโมชั่น ถาม-ตอบ การสั่งซื้อ เกี่ยวกับเรา