ตรวจโรค ปรึกษาสุขภาพ
กับคุณหมอเส็ง
เจ้าแห่งสมุนไพร ตัวจริงเสียงจริง
ฟรี!!!!!
โดยไม่มีค่าใช้จ่ายใดๆ
(คุณหมอตรวจทุกวัน พุธ,อาทิตย์
ตั้งแต่เวลา 14.30-16.30 )
|
สำรองบัตรคิวติดต่อ : 085-1185812,089-1493126
คุณ ศิริพงษ์
|
|
|
|
คุณหมอตรวจโรค ด้วยศาสตร์อย่างหนึ่ง คือการ
"แมะ" การ "แมะ" คืออะไร อ่านได้จากข้อมูลด้านล่างครับ
|
| |
การดำรงชีวิตของมนุษย์นับแต่โบราณ
พวกเขามีความเกื้อกูลและใกล้ชิดอยู่กับธรรมชาติ ยามเจ็บไข้ไม่สบาย
หนทางในการรักษา
เขาใช้วิธีแบบธรรมชาติ เป็นหลัก ผสมผสานกับวิทยาการการรักษาโรคแบบดั้งเดิม
ที่ถือเป็นศาสตร์ทรงพลังอันเร้นลับซึ่งในปัจจุบัน ก็ยังคงนำศาสตร์การรักษาแบบนี้มาใช้ควบคู่กันอยู่กับการแพทย์แผนโบราณ |
ศาสตร์แห่งพลังในการ
แมะเพื่อตรวจโรคเป็นวิชาที่กำเนิดจากประเทศจีนมานับพันๆ ปี หมอจีนแผนโบราณ
ที่เชี่ยวชาญการรักษา
โรค จะใช้เวลาในการสัมผัสชีพจรคนไข้เพียงไม่กี่วินาทีก็จะรู้ได้ในทันทีว่า
คนไข้ผู้นั้นเจ็บป่วยด้วยโรคอะไร ซึ่งเป็นการทำนายโรค
ได้ถูกต้องและแม่นยำ
|
กล่าวคือ
วิชาแมะ นี้เป็นศาสตร์แห่งการใช้พลังจิตอีกแขนงหนึ่ง เพราะเหตุที่ต้องใช้
สมาธิระหว่างการสัมผัส เพราะฉะนั้น หมอแมะจะต้องเป็นผู้ที่มีพลังจิตสูงพอจึงจะเป็นคนสัมผัสไวหรือมีความรู้สึกไวต่อการสัมผัสชีพจรคนไข้
ขณะอยู่ในสภาวะที่
สงบนิ่งหมอแมะจะรับรู้สภาพความเป็นไปของผู้ป่วยทาง จิต |
ในเมืองไทยเรามีหมอแมะพลังจิตที่รับรักษาและตรวจโรคด้วยวิธีแบบจีนผสานกับการใช้สมุนไพรธรรมชาติหลายคน
แต่มีอยู่
คนหนึ่งที่รับรักษาด้วยวิธีการนี้มากกว่า 40 ปี และมีชื่อเสียงเป็นที่ยอมรับของคนหลายๆ
วงการ จนได้รับการขนานนามว่า
หมอเส็ง...หมอเทวดา |
หมอเส็งหรือคุณฉัตร
แสงสุริยะฉัตร เดิมเป็นคนแปดริ้วแต่มาเติบโตตั้งรกรากอยู่ในกรุงเทพฯ
ในบรรดาพี่น้องทั้งหมด 8 คน หมอเส็งเป็นเพียงคนเดียวที่สืบทอดศาสตร์ในการรักษาโรคโดยแพทย์แผนโบราณมาจากคุณพ่อ
คุณพ่อผมมาจากเมืองจีน มณฑลกวางตุ้ง
ตระกูลของคุณพ่อผมเป็นตระกูลแผนโบราณสืบทอดกันมานับร้อยๆ ปีก็ว่าได้
สมัยพ่อผมท่านก็เปิดร้านขายยาสมุนไพรไทยมากขึ้น ผมเองก็เรียนรู้ด้วยการคลุกคลีกับท่านมาตั้งแต่เด็ก
คอยเป็นลูกมือคุณพ่อ
เขาใช้ให้ทำอะไรก็ทำ จะผสมยา หั่นยา กวาดยา หรือเก็บยายังไงก็ต้องทำ
แล้วยาแต่ละตัวออกฤทธิ์ยังไง รสฝาดหรือขม
อันนี้ก็ต้องรู้
หมอเส็งเริ่มต้นการเป็นแพทย์แผนโบราณเมื่ออายุ
18 ปี กระทั่งปัจจุบันผ่านมาถึง 45 ปีแล้ว หมอเส็งได้เล่าถึงประสบการณ์
ในการรักษาคนไข้ในสมัยแรกเริ่มว่า |
สมัยแรกที่เริ่มปรึกษาผมก็รักษาโรคพื้นๆ
ก่อนพวกปวดหัวตัวร้อน ปวดข้อ ปวดกระดูก ใจสั่น เป็นลม คนสมัยก่อนไม่ค่อย
เป็นอะไรเพราะเขากินธรรมชาติ กินยาสมุนไพร และสมัยที่ผมอายุ 20
ย้อนหลังไป 40 กว่าปีคนสมัยนั้นไม่มีนะที่จะเป็นโรค
อัมพฤกษ์ อัมพาต มะเร็งสมัยก่อนก็ไม่ค่อยเห็น ตามร้านขายยาสมุนไพรสมัยนั้นมียาอยู่กี่ตัวกันมีแค่ยาเขียว
ยาหมอ ยาแก้ไข้
ยามหาจักร ยากุมารอ้วนพี มีขายยาไม่กี่สิบตัว และสมุนไพรก็ใช้ที่เก็บจากป่า
เดี๋ยวนี้ป่าหมดไปเยอะทำให้สมุนไพรไทยหายไป
แต่ก่อนป่ามีทั่วไปในเมืองไทย มีป่าที่ไหนมีสมุนไพรที่นั่น ตามท้องนาใกล้บ้านก็มีสมุนไพรอยู่
สมัยก่อนคนที่ขายสมุนไพร
เขาจะมีเรื่อไปเก็บสมุนไพรทางภาคเหนือและภาคใต้หรือมีเรือไปรับซื้อ
บางครั้งก็มีชาวบ้านเอาลงเรือ ลงรถไฟมาขายให้ก็มี
และวิธีรักษาของผมในยุคนั้นก็ใช้แพทย์แผนไทยผสมจีน มีการแมะ จับชีพจร
|
|
การแมะ หรือการตรวจจับชีพจรเป็นอย่างไร
หมอเส็งได้อธิบายให้ฟังว่า
|
การแมะนั้นจะเกี่ยวข้องกับการมีสมาธิ
คนตรวจจะต้องมีสมาธิพอสมควร ถ้าคนที่แมะเก่งๆ หากตรวจหัวใจคนไข้
บางทีต้อง
ควบคุมการเต้นของหัวใจตัวเองกับคนไข้ว่ามีจังหวะเดียวกันมั้ย เพราะฉะนั้นการฝึกสมาธิต้องมีบ้าง
มาถึงจะไปจับส่งเดชไม่ได้
นะครับ แล้วการจับชีพจรนี่ก็จับตรวจโรคได้บางอย่าง บางอย่างก็ตรวจไม่พบ
ไม่ใช่ว่าจับชีพจรแล้วจะตรวจพบหมดนะครับ การตรวจจากชีพจรเนี่ยมันบอกถึงการเต้นของหัวใจ
การไหลเวียนของเลือด ความร้อนความเย็นในร่างกาย มันจะบอกได้จากชีพจร
ทั้งนั้นเลย เพราะฉะนั้นรหัสการเต้นของชีพจรก็คือรหัสของโรค เราต้องอ่านรหัสแปลเป็นโรค
วิธีการจับก็อยู่ในบริเวณข้อมือ
ซึ่งจะมีชีพจรอยู่ ซึ่งถ้าชำนาญจับเดี๋ยวเดียวก็รู้
ความเชี่ยวชาญในการรักษาโรคด้วยแพทย์แผนโบราณทั้งไทยและจีนของหมอเส็งเป็นที่รู้จักกันมานาน
หลายๆ คนเป็นโรคเรื้อรังที่รักษาไม่หายแต่พอมาหาหมอเส็งโรคนั้นกลับหายสนิทจนเป็นที่มาขอการขนานนามหมอเส็งว่า
หมอเทวดา
|
สำรองบัตรคิวติดต่อ : 085-1185812,089-1493126
คุณ ศิริพงษ์
|