| โรคภูมิแพ้
คืออะไร
?
โรคภูมิแพ้ เกิดจาก ปฏิกิริยาของภูมิต้านทานของร่างกายเรา
ต่อสารที่ได้รับเข้าไป (สารก่อภูมิแพ้) อาทิ ไรฝุ่น เชื้อรา
สัตว์เลี้ยงในบ้าน เป็นต้น จะมีอาการเรื้อรัง หลายแบบ คือ
โรคหืด (Asthma)
ผู้ป่วยจะมีทางเดินหายใจบวม และตีบแคบลง
ถูกกระตุ้นให้เกิดโดยปฏิกิริยาภูมิแพ้ หรือไม่ก็ได้ หายใจเสียงดัง
"วี้ด" หอบ
แน่นหน้าอก อาจเกิดมีอาการตอนกลางคืน เวลาออกกำลังกาย หรือเป็นหวัด
โรคจมูกอักเสบจากภูมิแพ้ (Allergic rhinitis) หรือ โรคแพ้อากาศ
มีอาการส่วนใหญ่ในจมูก เช่น จาม
น้ำมูกไหล คัดจมูก อาจเกิดเป็นช่วงฤดู หรือเป็นตลอดปี บางรายที่มีโรคแทรกซ้อน
อาจมีการ
รับกลิ่นเสียไป หูอื้อ ปวดศรีษะ ปวดบริเวณไซนัส หากสามารถรักษาและป้องกันโรคจมูกอักเสบจากภูมิแพ้
อันเป็นสาเหตุหนึ่งของ
โรคไซนัสอักเสบได้อย่างเหมาะสม จะทำให้โรคไซนัสอักเสบบรรเทาลงได้
อาการนี้ต่างจากหวัด จะเป็นเรื้อรัง เป็นๆ หายๆ อาการ
เด่นๆ คือ น้ำมูกใส จามและคัดจมูกโดยที่ไม่มีไข้ บางรายอาจมีอาการไอเรื้อรัง
เพราะมีเสมหะไหลลงคอทำให้ระคายคอ
ี
โรคผื่นผิวหนังจากภูมิแพ้ (Atopic dermatitis)
มีอาการ คัน ผิวหนังแดง เรื้อรัง
พบบ่อยในเด็กเล็ก เป็นมากขึ้นถ้ามีการแพ้ร่วมด้วย
โรคผื่นลมพิษ (Urticaria)
เป็นอาการคัน บวม ผิวหนังนูนหนา
เกิดจากการแพ้ การติดเชื้อไวรัส หรือไม่ทราบสาเหตุ มักพบว่า
อาหาร และยาบางชนิด
เป็นสาเหตุที่พบบ่อย
แพ้อาหาร (Food allergy)
เป็นปฏิกิริยาการแพ้ต่ออาหาร
ซึ่งมีอาการหลายระบบ
- อาการทางระบบทางเดินอาหาร เช่น
ปวดท้อง อาเจียน ท้องเสีย
- อาการทางผิวหนัง เช่น ผื่น
ลมพิษ
- อาการทางระบบทางเดินหายใจ เช่น
หอบ คัดจมูก เยื่อบุตาอักเสบจากภูมิแพ้ (Allergic conjunctivitis)
มีอาการ แสบตา
คันตา น้ำตาไหล ขยี้ตาบ่อย
จนขอบตาช้ำ สีคล้ำ มักพบร่วมกับอาการจมูกอักเสบจากภูมิแพ้

โรคภูมิแพ้
.แพ้อะไร ?
มักเป็นสารที่เด็กได้รับเข้าไปทางการหายใจ
รับประทาน สัมผัส หรือฉีดเข้าไปในร่างกาย แบ่งเป็น
สารก่อภูมิแพ้ในบ้าน เช่นไรฝุ่น
แมลงสาบ ฝุ่น เชื้อราในอากาศ สารรังแคของแมว สุนัข ควันบุรี่
เป็นต้น
สารก่อภูมิแพ้นอกบ้าน เช่น ละอองเกสรหญ้า
ฝุ่นละอองและควัน ตามท้องถนน มลพิษทางอากาศ ควันท่อไอเสียจากรถ
ซึ่งเป็นสารระคายเคือง และกระตุ้นให้ผู้ป่วยมีอาการมากขึ้น
ปฏิบัติตัวอย่างไร
ถ้าเป็นภูมิแพ้
?
1. ไม่เลี้ยงสัตว์ที่มีขน เช่น แมว สุนัข นก ในบ้าน
2. ในห้องนอนควรมีเฉพาะเครื่องนอน ของใช้ที่จำเป็นและควรหมั่นทำความสะอาด
กำจัดฝุ่นละอองเป็นประจำ
3. ไม่สะสมหนังสือในห้องนอน
4. ไม่ใช้เครื่องนอนที่ทำมาจากนุ่น งดใช้พรม
5. ทำความสะอาดที่นอน หมอน ผ้าห่ม เป็นประจำ โดยซักด้วยน้ำร้อน
60 องศาเซลเซียส 15-20 นาทีและตากแดดให้แห้ง
6. งดเว้นการสูบบุหรี่ในบ้าน หรือในบริเวณที่มีเด็กอยู่
7. หมั่นทำความสะอาดผ้าม่าน และดูดฝุ่นเป็นประจำควรซักทุก 2
สัปดาห์
8. ถ้าใช้เครื่องปรับอากาศ ควรทำความสะอาด ถ่ายน้ำยาของเครื่องและใช้ชนิดที่มีเครื่องกรองอากาศชนิด
HEPA filter
และระวังไม่ให้มีเชื้อราในเครื่องปรับอากาศ
9. เด็กที่เป็นโรคหืดควรออกกำลังกายเป็นประจำ เช่น ว่ายน้ำ หากเล่นกีฬาแล้วมีอาการหอบหลังการเล่น
ควรสูดยาก่อนการเล่น
จะป้องกันอาการหอบได้
10. กำจัดเศษอาหาร และขยะต่างๆ เก็บให้มิดชิด เพื่อไม่ให้เป็นแหล่งเพาะพันธุ์ของแมลงสาบ
แหล่งที่มาของข้อมูล : เรียบเรียงโดย นพ.สาฑิตย์
ชัยประสิทธิกุล ภาควิชา จักษุ โสต ศอ นาสิก ลาริงซ์วิทยา
คณะแพทย์ศาสตร์
มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ
|