ปัจจุบันมีการกล่าวถึงโรคนี้กันมาก
ส่วนมากมักคิดว่าโรคนี้เป็นโรคที่ร้ายแรงใครเป็นแล้ว มักจะต้องเสียชีวิต
เช่น นักร้องลูกทุ่ง
คุณพุ่มพวง ดวงจันทร์ จริงๆ แล้วยังมีความเข้าใจ ที่คลาดเคลื่อนอยู่บ้าง
เพราะผู้ป่วยด้วยโรคลูปัส มักมีการดำเนินโรคที่ไม่รุนแรง
และสามารถมีชีวิตยืนยาวตามปกติได้ถ้าปฎิบัติตัวอย่างถูกต้อง
โรคลูปัสคืออะไร และมีสาเหตุมาจากอะไร
โรคลูปัส เป็นโรคที่เกิดจากภูมิต้านทานในร่างกายเกิดการเปลี่ยนแปลงไป
ภูิมิต้านทานในร่างกายมีหน้าที่จับ และทำลาย
สิ่งแปลกปลอม หรือเชื้อโรคจากภายนอกร่างกาย หากจะเปรียบ ก็คงเสมือนทหารที่มีหน้าที่ป้องกันศัตรูจากนอกประเทศ
แต่เมื่อเป็นโรคจะเกิดความผิดปกติขึ้นมา ทหารของร่างกายจำประชาชนของตัวเองไม่ได้
คิดว่าเป้นศัตรู
แปลกปลอมเข้ามา จึงทำร้ายประชาชนของตัวเอง ก็เหมือนภูมิต้านทานของเรานี้เข้าไปจับกับเนื้อเยื่อ
และอวัยวะต่างๆ
กระตุ้นให้เกิดการอักเสบแล้ว เกิดอาการของโรคลูปัส
โรคลูปัส เป็นโรคที่ไม่ทราบสา้หตุแน่ชัด
แต่มีปัจจัยบางอย่างที่มีความสัมพันธ์กับการเกิดโรค เช่น กรรมพันธ์
ฮอร์โมน
เพศหญิง การตั้งครรภ์ สภาพแวดล้อม เช่น แสงแดด หรือ รังสีอุลตร้าไวโอเลต
การติดเชื้อหรือสารเคมีบางชนิด ผู้ป่วยส่วนใหญ่
จะเป็นผู้หญิง อายุระหว่าง 20 - 45 ปี ผู้หญิงจะมีโอกาสเป็นได้มากกว่าผู้ชาย
9 - 10 เท่า

ภาพจาก bangkokhealth.com
อาการของโรคลูปัส เป็นอย่างไร
โรคลูปัสเป็นโรคที่เรื้อรัง
รักษาไม่หายขาดจะมีช่วงที่มีอาการกำเริบสลับกับช่วงที่โรคสงบ
โรคนี้ก่อให้เกิดอาการแสดงได้
แทบทุกระบบ โดยมีความแตกต่างทั้งในแง่ลักษณะอาการและ ความรุนแรงของโรคในผู้ป่วยแต่ละราย
อาการและอาการแสดง
ของผู้ป่วย ไม่จำเป็นต้องเกิดขึ้นพร้อมๆ กัน และจะมีการแสดงออกเพียงอวัยวะใด
อวัยวะหนึ่งทีละอย่างก็ได้ ดังนั้นจะเห็นว่าการวินิจฉัยโรคลูปัสจะมีปัญหามาก
โดยเฉพาะในระยะแรกที่มีอาการไม่มากนัก
อาการของโรคลูปัส แบ่งตามระบบได้ดังนี้

| อาการทั่วๆ ไป |
มีไข้ อ่อนเพลีย เบื่ออาหาร น้ำหนักลด
( อาจพบเพียงอาการใดอาการหนึ่ง ) |
| อาการทางผิวหนัง |
ประมาณ 80-90% เป็นผื่นเฉพาะ
คือเฉพาะใบหน้า ตั้งแต่สันจมูก
ถึงโหนกแก้ม 2 ข้าง เป็นรูปผีเสื้อ บางรายมีแผลที่เพดานปาก
แบบเป็นๆ
หายๆ |
| ผม |
ผมร่วง จะพบในขณะที่โรครุนแรง |
| อาการทางข้อ และกล้ามเนื้อ |
ประมาณ 85% ปวดข้อนิ้วมือ ข้อเท้า ข้อไหล่
หรือกล้ามเนื้ออักเสบ |
| อาการทางไต |
ประมาณ 80% มีอาการบวมบริเวณเท้า หนังตา หรือบวมทั้งตัว
มีไข่ขาว
ในปัสสาวะมาก ปัสสาวะน้อยลง ความดันโลหิตสูง ในรายรุนแรงอาจถึง
เสียชีวิตได้ |
| อาการทางระบบประสาท |
สมอง หรือระบบส่วนปลายประสาทอักเสบ |
| อาการทางระบบโลหิต |
โลหิตจาง อ่อนเพลีย หน้ามืด เม็ดเลือดขาวต่ำ
หรือเกล็ดเลือดต่ำ ทำให้
เลือดออกง่าย |
| อาการทางหัวใจและหลอดเลือด |
เยื่อหุ้มหัวใจ หรือกล้ามเนื้อหัวใจอักเสบ
เจ็บหน้าอก ใจสั่น เหนื่อยง่าย
ในบางรายมีอาการอุดตันของหลอดเลือด |
| ระบบทางเดินอาหาร |
เยื่อบุช่องท้องอักเสบ ตับอ่อนอักเสบ หรือหลอดเลือดในช่องท้องอักเสบ |
| อาการทางปอด |
เยื่อหุ้มปอดอักเสบ หรือปอดอักเสบ |
จะเห็นได้ว่า โรคลูปัสเป็นโรคที่ทำให้เกิดความผิดปกติของอวัยวะได้หลายระบบ
แต่อาจมีอาการของโรคได้ตั้งแต่น้อยจนมาก
และตั้งแต่ระบบเดียว หรือหลายระบบก็ได้ แต่มีอาการบางอย่างที่ควรสงสัยว่าเป็นโรคลูปัส
ดังนี้คือ
1. เมื่อมีไข้ไม่ทราบสาเหตุนานเป็นเดือน
2. มีอาการปวดบวมตามข้อ
3. มีผื่นแดงขึ้นที่หน้าโดยเฉพาะเวลาถูกแสงแดด
4. ผมร่วงเรื้อรัง
5. บวมตามหน้า ตามเท้า
การรักษา
สิ่งที่สำคัญที่สุดก็คือความเข้าใจของผู้ป่วยเพื่อที่จะได้ปฎิบัติตัวอย่างถูกต้องดังต่อไปนี้
1. ในระยะแรกต้องได้รับการรักษาด้วยยา
ต้องรับประทานยาตามขนาดและระยะเวลาที่แพทย์ กำหนด อย่างเคร่งครัด
จากประสพการณ์พบว่าในระยะแรกของการรักษา แพทย์มักจำเป็นต้องใช้
ยาสเตียรอยด์ซึ่งจะทำให้ผู้ป่วยอ้วนขึ้น มีความอยาก
อาหารมากขึ้นจึงทำให้ผู้ป่วยจำนวนหนื่งไม่สามารถทนรับประทานยาได้
แพทย์จึงต้องอธิบาย และทำความเข้าใจกับผู้ป่วย
ถึงผลข้างเคียงของยา ซึ่งการใช้ยาสเตียรอยด์นี้ ในช่วงแรกซึ่งโรคมีความรุนแรงมีความจำเป็นต้องใช้ยาในขนาดสูง
แต่ต่อไป
เมื่อควบคุมโรคได้ดีขึ้นก็จะลด ขนาดยาลง ทำให้อาการข้างเคียง
เช่นความอ้วนลดลงด้วย ถ้าผู้ป่วยเข้าใจถึงวิธีการรักษา ก็จะทำให้
ผู้ป่วย สามารถรับประทานยาได้อย่างต่อเนื่อง และทนต่อผลข้างเคียงของยาได้
2. ควรพยายามอย่าให้ผิวหนังถูกแสงแดดโดยตรง
ควรใส่หมวกปีกกว้าง กางร่มและสวมใส่เสื้อแขนยาว เวลาที่จำเป็นต้อง
ออกแดด
3. ทำจิตใจให้สบาย ไม่ควรเครียด
ท้อถอย เศร้าใจ หรือกังวลใจ เพราะทำให้อาการกำเริบได้ ควรมีกำลังใจ
และมีความอดทน
ต่อการรักษา
4. เสริมสร้างร่างกายให้แข็งแรง
โดยการรับประทานอาหารที่มีประโยชน์โดย เฉพาะอาหารประเภท เนื้อสัตว์
ไข่ นม ผักและผลไม้ต่าง มีการออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอและนอนหลับอย่างเพียงพอ
5. เนื่องจากผู้ป่วยลูปัสมีโอกาสติดเชื้อได้ง่ายทั้งจากตัวโรคเองหรือยาเช่นสเตียรอยด์
ดังนั้นผู้ป่วย จึงต้องระวังตัวไม่เข้าใกล้ผู้อื่น
ที่กำลังติดเชื้อ ไม่อยู่ในที่ชุมชนแออัด รับประทานอาหารที่สุก
สะอาด
6. ไม่ควรซื้อยารับประทานเองเพราะจะมีโอกาสแพ้ยาได้บ่อยและรุนแรงกว่าคนธรรมดา
7. ไม่ควรเพิ่มหรือลดขนาดยาเอง
8. ถ้ามีอาการผิดปกติ มีไข้หรือไม่สบาย
ควรรีบกลับไปปรึกษาแพทย์ผู้รักษาทันที หรือ หากจะไปหาแพทย์อื่น
ควรนำยาที่กำลัง
รับประทานอยู่ ไปให้แพทย์ดูด้วยทุกครั้ง เพื่อแพทย์ที่ดูแลจะได้จัดยาได้อย่างถูกต้อง
และสอดคล้องกับยาที่ได้อยู่เดิม
9. ผู้ป่วยหญิงที่แต่งงานแล้วไม่ควรมีบุตรในระหว่างที่โรคกำเริบเพราะอาจ
เป็นอันตรายต่อแม่และเด็กในครรภ์ การคุมกำเนิด
ควรจะขอคำแนะนำจากแพทย์ไม่ควรซื้อยาคุมกำเนิดมารับประทานเอง
เพราะ อาจทำให้อาการของโรคกำเริบได้ นอกจากนั้นถ้าผู้ป่วยต้องการจะมีบุตรควรปรึกษาแพทย์ที่ทำการรักษา
เพราะยาที่ใช้รักษาอยู่อาจมีผลกับบุตรในครรภ์ได้ และถ้า
เกิดการตั้งครรภ์ขึ้นต้องรีบปรึกษาแพทย์โดยเร็ว เพื่อจะได้ทำการปรึกษากับสูตินารีแพทย์เพื่อจะได้รับการดูแลที่เหมาะสมต่อไป
สรุป
ในขณะนี้ยังไม่ทราบสาเหตุที่ชัดเจนของโรคจึงไม่สามารถป้องกันโรคลูปัสได้
ถ้าท่านมีความสงสัยว่าตัวท่านหรือบุคคลในครอบครัวเป็นโรคนี้ควรปรึกษาแพทย์เพื่อ
จะได้รับการตรวจและวินิจฉัยโรค อย่างถูกต้องเพราะการได้รับการรักษาที่ล่าช้าหรือไม่ถูกต้องอาจทำให้โรค
กำเริบอย่างรุนแรงได้
แหล่งที่มาของข้อมูล : เรียบเรียงโดย พต.นพ.ชาติวุฒิ
ค้ำชู อายุรแพทย์โรคข้อและรูมาติสซึ่ม www.thaiclinic.com/sle.html
|